Business Software > Product SAP

N.R. Engineering บริหารจัดการธุรกิจขนาด 2,000 ล้านบาทที่มีสินค้ามากกว่า 20,000 SKU ด้วย SAP Business One on HANA

ความท้าทายของธุรกิจขนาดใหญ่หลายแห่งประการหนึ่งที่ถือว่าเอาชนะได้ยากนั้น ก็คือการบริหารจัดการรายการสินค้าที่มีจำนวนมหาศาล, มีรูปแบบการขายที่ซับซ้อน และต้นทุนสินค้ามีความผันผวนอยู่ตลอดเวลาทำให้ระบบ ERP ทั่วๆ ไปนั้นไม่สามารถตอบโจทย์นี้ได้ ในครั้งนี้ คุณฐาณิชา ธนนิลกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.อาร์.เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ได้ให้เกียรติสละเวลามาร่วมสัมภาษณ์แบ่งปันถึงการก้าวข้ามความท้าทายข้างต้นนี้

ด้วยการใช้ SAP Business One on HANA บริหารจัดการการขายและคลังสินค้าในศูนย์กระจายสินค้า 9 แห่งทั่วประเทศไทย

ที่มีสินค้าเกินกว่า 20,000 SKU กับยอดขายกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งทีมงาน TechTalkThai ขอสรุปประเด็นที่น่าสนใจเอาไว้ดังนี้ครับ

N.R. Engineering ผู้นำทางด้านการจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้านานาชนิดที่พร้อมตอบสนองลูกค้าทั้งในภาคเอกชนและอุตสาหกรรมที่มีประสบการณ์กว่า 38 ปีในประเทศไทย

N.R. ENGINEERING

บริหารจัดธุรกิจขนาด 2000 ล้านบาทที่มีสินค้ามากกว่า 20000 SKU ด้วย SAP BUSINESS ONE ON HANA

บริษัท เอ็น.อาร์.เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (N.R. Engineering) เป็นผู้นำด้านการจัดจำหน่ายอุปกรณ์ไฟฟ้านานาชนิด สำหรับงานก่อสร้างคอนโด

บ้านจัดสรร ห้างสรรพสินค้า และโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ (MEGAPROJECT) ภายในประเทศไทย ครอบคลุมทั้งตลาดภาครัฐและเอกชน รวมถึงยังเป็นผู้จัดจำหน่ายและให้บริการเบื้องหลังในโครงการรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน สนามบิน โรงพยาบาล ภาคอุตสาหกรรม โรงงาน โรงไฟฟ้า และอื่นๆ อีกมากมาย

ธุรกิจของ N.R. Engineering ดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 38 ปี โดยมีทั้งสินค้าและบริการมากมาย ดังนี้

สินค้าของ N.R. Engineering

  • สายไฟ สายทนไฟ สายโทรศัพท์
  • ท่อเหล็กร้อยสายไฟ ท่ออ่อนเหล็ก ท่ออ่อนกันน้ำ ท่อ HDPE
  • อุปกรณ์สำหรับท่อ (ฟิตติ้ง)
  • สวิตช์ไฟ เต้ารับ เบรคเกอร์ไฟฟ้า ตู้โหลดเซนเตอร์ ตู้คอนซูเมอร์ยูนิต
  • เทปพันสายไฟ และอุปกรณ์เชื่อมต่อสายไฟ
  • ตู้ไฟ รางไฟ เคเบิ้ลเทรย์ เคเบิ้ลแลดเดอร์
  • ระบบสายดิน อุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า
  • มิเตอร์ไฟฟ้า
  • บัสบาร์สำเร็จรูป

บริการของ N.R. Engineering

  • บริการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า
  • บริการออกแบบและผลิตตู้ควบคุมไฟฟ้า
  • บริการตัดสายไฟฟ้าและเคเบิ้ล

จะเห็นได้ว่าธุรกิจของ N.R. Engineering มีความหลากหลาย เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน โดยปัจจุบัน N.R. Engineering มีสาขาด้วยกัน 9 แห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย เพื่อให้สามารถจัดส่งสินค้าและให้บริการเข้าถึงได้ทุกพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีธุรกิจในส่วนที่เป็นการส่งออกสินค้าไปยังอีก 6 ประเทศ อันได้แก่ ลาว กัมพูชา เมียนมาร์ เวียดนาม บังคลาเทศ และสิงคโปร์อีกด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ N.R. Engineering ได้ที่ http://www.nre.co.th/

ธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการปรับปรุงการบริหารจัดการให้เป็นแบบรวมศูนย์กลาง ย่อมต้องเผชิญความท้าทายที่ซับซ้อนหลายประการ

คุณฐาณิชาได้เริ่มต้นเล่าถึงโจทย์สำคัญที่ทำให้ธุรกิจของ N.R. Engineering ต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ ก็คือการผนวกรวมบริษัทในเครือจำนวนมากเข้าเป็นบริษัทเดียว เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพจากศูนย์กลางนั่นเอง เดิมทีธุรกิจของ N.R. Engineering นั้นมีการจดทะเบียนแยกกันแต่ละสาขาเพื่อให้มีระบบบัญชีที่แยกขาดจากกัน และวิเคราะห์ติดตามประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจของแต่ละสาขาแยกจากกันได้ง่าย แต่เมื่อประมาณ 3-4 ปีก่อนหน้านี้ ทางบริษัทได้มีแผนในการควบรวมกิจการทั้งหมดในเครือเข้าด้วยกัน และมีสำนักงานใหญ่กับฝ่ายบัญชีคอยบริหารจัดการตัวเลขทางธุรกิจทั้งหมด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และแบ่งปันทรัพยากรสำคัญร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนในการดำเนินงาน อย่างไรก็ดี โจทย์นี้ถือว่าไม่ง่ายนัก เพราะด้วยความที่ธุรกิจของ N.R. Engineering นั้นดำเนินมายาวนานมากกว่า 30 ปี ทำให้มีสินค้าใหม่ๆ เข้ามาขายในธุรกิจเพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา และเกิดเป็นความซับซ้อนของการบริหารจัดการคลังสินค้าและการขายหลายประการ เช่น

  • มีสินค้ามากกว่า 20,000 SKU กระจายอยู่ในคลังสินค้าหลายแห่ง จะบริหารจัดการอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด?
  • สินค้าบางชนิดมีวิธีการนับหน่วยได้หลากหลาย เช่น สายไฟ อาจจะสามารถเป็นได้ทั้งแบบล้อ, เป็นเมตร, เป็นขด หรือตัดขายจะบริหารจัดการคลังสินค้าที่มีความยืดหยุ่นแบบนี้ได้อย่างไร?
  • สินค้าบางชนิดมีส่วนประกอบที่มีราคาในตลาดผันผวนตลอดเวลา เช่น ทองแดง อีกทั้งหากเป็นสินค้าที่มีการนำเข้าส่งออก ก็ต้องมีการคิดในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยนด้วย ดังนั้นการคิดประเมินต้นทุนและราคาขายก็ต้องคำนึงถึงประเด็นนี้ด้วย การคิดคำนวณที่มีความซับซ้อนระดับนี้ควรจะต้องจัดการอย่างไร?
  • การวิเคราะห์ข้อมูลทางธุรกิจจากข้อมูลดิบที่มีความซับซ้อนสูงเช่นนี้ จะต้องทำอย่างไร?
  • ยอดซื้อ ยอดขาย และการจัดการทางบัญชี ที่มี transaction เป็นหมื่นๆรายการ ต้องทำอย่างไร?

ด้วยความซับซ้อนระดับนี้ การมองหาระบบ ERP ที่มีคุณสมบัติตอบโจทย์นี้ได้ และมี Implementer ที่มีความเชี่ยวชาญเพียงพอนั้นจึงถือเป็นหัวใจสำคัญในการควบรวมบริษัทครั้งนี้ของ N.R. Engineering เลยก็ว่าได้

ปรับจากระบบ ERP เดิมสู่ SAP Business One on HANA โดยทีม ISS Consulting ตอบโจทย์ระบบการบริหารจัดการคลังสินค้าและการขายที่ซับซ้อน

ก่อนหน้านี้ N.R. Engineering ใช้ระบบ ERP จากผู้พัฒนาชาวไทยในส่วนของสำนักงานใหญ่เท่านั้น แต่เนื่องจากระบบดังกล่าวรองรับเฉพาะการบริหารจัดการธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่ซับซ้อนมากและไม่ได้มีหลายสาขา การใช้งานจริงจึงเกิดความติดขัดในหลายส่วน ด้วยปริมาณข้อมูลที่มากขึ้นและวิสัยทัศน์ใหม่ในการวางระบบคำนวณต้นทุนเพื่อรองรับความผันผวนของราคาวัตถุดิบได้ และนี่เองก็เป็นที่มาของโครงการระบบ ERP ใหม่ในครั้งนี้

ในการคัดเลือกระบบ ERP ใหม่ ทาง N.R. Engineering ได้พิจารณาคัดเลือกระบบจากผู้จำหน่ายหลายค่ายจนในที่สุดก็ตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้งาน SAP Business One on HANA เพื่อรองรับการประมวลผลข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูงได้มากขึ้น และมี Business Dashboard ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยมีทีมงานของ ISS Consulting คอยให้บริการในการให้คำปรึกษา ติดตั้งใช้งานและดูแลรักษาระบบอย่างครบวงจรจนระบบสามารถรองรับการขายสินค้าที่มีความซับซ้อนตามโจทย์ของ N.R.Engineering ได้ ครอบคลุมทั้งระบบ Sale, Purchase, Finance, Inventory, MRPและ Production

ความยืดหยุ่นในการทำงานนั้นก็เป็นอีกจุดแข็งสำคัญของ ISS Consulting ที่มีความเข้าใจใน N.R. Engineering ถึงประเด็นเรื่องรอบการปิดบัญชีก่อนที่จะทำการ Go Live ระบบใหม่ได้อย่างเต็มตัว ซึ่งทาง ISS Consulting ก็สามารถวางแผนการดำเนินโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของ N.R. Engineering ได้เป็นอย่างดี

ประเด็นด้านพนักงานเองก็สำคัญ การขึ้นระบบ ERP ใหม่นี้ย่อมกระทบต่อการทำงานของพนักงานอยู่แล้ว แต่ที่ N.R. Engineering ก็สามารถผ่านพ้นประเด็นนี้มาได้เป็นอย่างดีด้วยการให้เวลาพนักงานในการปรับตัวทำความเข้าใจกับระบบใหม่ๆรวมถึงจัดให้มีการฝึกอบรมให้มากที่สุด และแสดงให้เห็นถึงข้อดีของโปรแกรม ในการช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานมากขึ้น แต่จุดที่ถือว่าน่าสนใจมากก็คือการที่ภายในธุรกิจนั้นมีพนักงานที่เป็นคนรุ่นใหม่ซึ่งคุ้นเคยกับเทคโนโลยีทำหน้าที่เป็น Influencer คอยช่วยเหลือพนักงานคนอื่นๆ ที่ไม่ถนัดในส่วนนี้ทั้งการอธิบายความจำเป็นของระบบและวิธีการใช้งาน ทำให้ท้ายที่สุดแล้วเมื่อทุกคนเข้าใจถึงข้อดีของระบบ ERP ใหม่ที่จะมาช่วยให้การทำงานดีขึ้นได้นั้น การยอมรับในสิ่งใหม่ๆ ก็กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริง

คุณฐาณิชา ระบุว่าในการเปลี่ยนมาใช้งาน SAP Business One on HANA ครั้งนี้ มีส่วนที่ประทับใจในความสามารถของระบบด้วยกันหลายประการ เช่น

1. Changelog เนื่องจากระบบ ERP มีขนาดใหญ่และมีผู้ใช้งานจำนวนมาก การที่ผู้ใช้งานแต่ละคนเข้าไปเปลี่ยนแปลงสิ่งใดๆ ในระบบก็อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานได้ ดังนั้นการมี Changelog ให้สามารถติดตามตรวจสอบแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที ก็สามารถช่วยแก้ปัญหาในส่วนนี้ได้ดี

2.Authorization ระบบสามารถกำหนดสิทธิ์ของพนักงานแต่ละคนและแต่ละแผนกแยกขาดจากกันได้ทำให้สามารถแบ่งการทำงานและแบ่งสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลได้ในเชิงลึก

3.Approval มี Template ออกแบบ Workflow การอนุมัติได้อย่างละเอียด สามารถกำหนดได้ว่าในกระบวนการใดจะต้องมีคนอนุมัติหรือรับทราบมากน้อยแตกต่างกันได้ตามความเหมาะสม

4.Stock สามารถตรวจสอบข้อมูลได้แบบ Real-Time ช่วยให้การบริหารจัดการและการตัดสินใจแก้ไขปัญหาเป็นไปได้อย่างทันที และสามารถกำหนด safety stock min max ในแต่ละสินค้าได้อย่างละเอียด ทั้งนี้ทาง N.R. Engineering ก็ยังมีแผนต่อยอดในอนาคตสำหรับระบบ ERP อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการมองหาโอกาสในการย้ายระบบขึ้นสู่ Cloud เพื่อให้ระบบสามารถรองรับประสิทธิภาพการประมวลผลได้สูงยิ่งขึ้น

หรือการเฟ้นหาระบบ Warehouse Management Systems ที่รองรับการบริหารจัดการคลังสินค้าที่มีความซับซ้อนสูงยิ่งขึ้นไปอีกได้ในอนาคตโดยระบบดังกล่าวต้องสามารถเชื่อมต่อกับ SAP ที่ใช้งานอยู่ได้ รวมถึงยังอาจมีการต่อยอดธุรกิจให้เข้าถึงตลาดที่กว้างขวางยิ่งขึ้นกว่าเดิม และแน่นอนว่าการต่อยอดธุรกิจนี้ก็ย่อมหมายถึงการที่ต้องพัฒนาระบบ ERP ต่อเนื่องควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากหัวใจสำคัญของธุรกิจนี้ คือการบริการ และย่อมต้องแข่งขันกับเวลาด้วยเช่นกัน

การบริหารจัดการที่ดี และการดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง ทำให้ N.R. Engineering ดำเนินกิจการท่ามกลางวิกฤตการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้อย่างเข้มแข็ง

คุณฐาณิชาได้เล่าถึงกรณีของ N.R. Engineering ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 นี้

ว่าการบริหารจัดการธุรกิจอย่างเป็นระบบ, การปรับตัวธุรกิจตามสถานการณ์ มีการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ต่างๆตลอดเวลา

และการดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ N.R. Engineering สามารถผ่านปี 2020 มาได้โดยที่ไม่กระทบกับพนักงานปัจจุบัน อย่างไรก็ดี ด้วยสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจที่คาดเดาได้ยากว่าจะกลับมาฟื้นตัวอย่างเต็มที่เมื่อไหร่

คุณฐาณิชาก็ได้ให้ข้อคิดไว้แก่เหล่าผู้บริหารว่าแนวทางที่สำคัญคือการดำเนินการธุรกิจอย่างระมัดระวังพร้อมที่จะปรับตัวอยู่เสมอ

ไม่ว่าในช่วงปีที่ผ่านมาจะได้รับผลกระทบจากภัยโรคระบาดครั้งนี้มากน้อยเพียงใดแต่อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่มีใครล่วงรู้ ธุรกิจที่ไปรอดในช่วงที่ผ่านมา อาจต้องเผชิญปัญหาหลังจากนี้ก็เป็นได้ ดังนั้นทุกๆ ก้าวหลังจากนี้จึงไม่ควรประมาท การปรับกลยุทธ์และกำหนดมาตรการใหม่ๆ

ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องยังเป็นสิ่งที่สำคัญ และทุกการตัดสินใจนั้นล้วนสะท้อนออกมาเป็นค่าใช้จ่ายและผลการดำเนินงานทั้งสิ้น

ความละเอียดรอบคอบและระมัดระวังจึงเป็นสิ่งสำคัญในทุกๆ การตัดสินใจ

เกี่ยวกับ ISS Consulting (Thailand) Ltd.

นอกจากนั้นแล้วในปีนี้ ISS Consulting (Thailand) Ltd.  เป็นบริษัทในกลุ่ม NTT DATA และ itelligence ซึ่งเป็นผู้ให้บริการระบบ SAPและ Data Center ระดับโลก ทำให้บริษัท มีความสามารถในการนำเสนอ SAP Solution และ IT Solution อื่น ๆ ให้กับลูกค้าในประเทศไทยในขอบเขตที่กว้างยิ่งขึ้นและครบวงจรมากยิ่งขึ้น ทางด้าน SAP Partner นั้น ISS Consulting (Thailand) Ltd. ยังได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกในกลุ่ม SAP Global Partner

ทำให้บริษัทมีศักยภาพมากขึ้นในการนำเสนอSAPโซลูชั่นธุรกิจระดับโลก ผู้ที่ต้องการปรึกษาเกี่ยวกับเรื่อง SAP เพื่อพัฒนาระบบบริหารการจัดการในองค์กรให้ดีขึ้น ISS Consulting พร้อมให้คำปรึกษาในทุกกลุ่มประเภทธุรกิจ ติดต่อได้ที่ โทร 02 237 05553

หรือติดตาม ISS Consulting (Thailand) ได้ที่ Link ด้านล่างนี้

ISS Consulting (Thailand) Ltd. เป็นพาร์ทเนอร์กับ SAP ในระดับ Platinumและ SAP Global Partner ที่สามารถให้บริการด้านการออกแบบ พัฒนา และติดตั้งโซลูชั่นของ SAP อย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นระบบ ERP

สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก/กลาง/ใหญ่ ในหลากหลายอุตสาหกรรมมาเป็นเวลากว่า 21 ปี โดยปัจจุบันนี้มีลูกค้าธุรกิจและองค์กรทั่วประเทศไทยรวมมากกว่า 250 ราย พร้อมให้บริการทั่วประเทศไทยโดยทีมงานกว่า 300 คน จากความสำเร็จดังกล่าวทำให้ ISS Consulting สามารถคว้ารางวัลยอดเยี่ยมแห่งปีจาก SAP ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในระดับ Platinum Partner  พาร์ทเนอร์ระดับสูงสุดของ SAP มีทั้งหมด 4 รางวัล ได้แก่

  • รางวัล SAP Partner of The Year 2020 – Indochina รางวัลนี้ถือเป็นรางวัลสูงสุดที่ไอเอสเอสคอนซัลติ้งได้รับจาก SAP ซอฟแวร์ระดับโลก เป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน (2018-2020)
  • รางวัล General Business Partner of The Year 2020 – Indochina
  • รางวัล SAP S/4HANA Partner of The Year 2020 – Indochina
  • รางวัล DRS Partner of The Year 2020 – Indochina
Full Screen Popup Powered By : XYZScripts.com